บทความจิตวิทยา

บริหารสู่ความเป็นเลิศด้วยพลังสมองด้านขวา

 

หลักสำคัญ 6 ประการ ได้แก่

 

1) มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Design)

 

สามารถออกแบบนวัตกรรมหรือสินค้าใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด โดยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นั้นจะเกิดขึ้นจากการตั้งคำถามต่าง ๆ เพื่อสนองตอบ ต่อความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เช่น สินค้าของเราแพงไปหรือไม่ ใช้สะดวกหรือไม่ รูปลักษณ์น่าใช้หรือไม่ หรือใช้แล้วคุ้มหรือเปล่า เป็นต้น คำถามเหล่านี้จะต้องเกิดจากความรู้สึกที่ว่าถ้าเราเป็นลูกค้า เราจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งเป็นการทำงานของสมองข้างขวานั่นเอง

 

2) เป็นนักเล่าเรื่อง (Story)

 

การจะเป็นผู้นำที่มีบุญญาบารมี พูดแล้วมีคนฟัง เป็นที่น่าจดจำ และมีคนนำไปปฏิบัติตาม จะต้องรู้จักถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ โดยการผูกเป็น เรื่องราว ให้น่าติดตาม น่าสนใจ และเข้าใจง่าย โดยการเล่าควรเล่าสั้น ๆ มีการขมวดมุมให้ผู้ฟังได้คิดตาม และที่สำคัญจะต้อง กระตุ้นอารมณ์ ของผู้ฟังให้รู้สึกคล้อยตามในสิ่งที่เราพูด ตระหนักถึงความสำคัญในสิ่งที่เราพูด และนำไปปฏิบัติตามทันที ซึ่งการกระทำเช่นนี้ เป็นการทำงาน ของสมองข้างขวา โดยผู้พูดจะต้องสร้างมโนภาพก่อนที่จะเล่าเรื่องนั่นเองผสม

 

3) ผสานสิ่งที่แตกต่างให้เข้ากันได้เป็นอย่างดี (Symphony)

 

ในกรณีที่ผู้ร่วมงานไม่ลงรอยกัน หรือมีความสามารถแตกต่างกัน แต่จำเป็นต้องทำงานร่วมกัน ผู้นำที่เก่งจริงจะต้องมองข้ามคำว่า "เป็นไปไม่ได้" และสามารถผสมผสานสิ่งที่แตกต่างให้เกิดความลงตัว มีความขัดแย้งกันน้อยที่สุด มีความไว้วางใจ และเต็มใจที่จะให้ ความร่วมมือซึ่งกันและกัน จนเกิดเป็นทีมเวิร์คขึ้นในองค์กร นอกจากนั้น ผู้นำจะต้องรู้จักคิดนอกกรอบ นอกกฏเกณฑ์ หรือนอกตำราบ้าง เพื่อสร้างความคิดริเริ่มใหม่ ๆ เพื่อผลักดันองค์กรไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

 

4) เข้าไปนั่งในจิตใจของผู้อื่น (Empathy)

 

การเอาใจเขามาใส่ใจเราสามารถทำได้โดยการสร้างมโนภาพว่า ถ้าเราเป็นอีกฝ่าย ทำไมเราจึงแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ออกมา เพราะเหตุใด เมื่อเราเข้าใจอีกฝ่ายจะทำให้เราเห็นอกเห็นใจคน ๆ นั้นไปโดยปริยาย ดังนั้น ผู้นำที่ต้องการจะประสบความสำเร็จ เป็นที่น่าเคารพรัก และศรัทธาจากบุคคลรอบข้าง จะต้องมีความเข้าอกเข้าใจลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน และลูกค้า เป็นต้น

 

5) มีความสุขในการทำงาน (Play)

 

การจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ลูกน้องรักใคร่ปรองดอง และมีความกระตือรือร้นในการทำงาน ผู้นำจะต้องสร้างความรัก ความพอใจในงาน ให้เกิดขึ้นในจิตใจของลูกน้อง และในจิตใจของตนเองให้ได้เสียก่อน การสร้างฉันทะใน การทำงานทำได้โดย การบอกตนเองเสมอว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตรงหน้านี้เป็นบันไดก้าวหนึ่งที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จที่ตั้งไว้ เมื่อคิดได้เช่นนี้ เราจะไม่เหนื่อย กับการทำงานเลย เราจะทำงานด้วยความเต็มใจ และมีความหวังอยู่ตลอดเวลา

 

6) มีคำนิยามให้กับชีวิตของตัวเอง (Meaning)

 

คนจะประสบความสำเร็จได้จะต้องมีนิยามให้กับชีวิตของตัวเองเสียก่อน โดยการตั้งคำถามกับตนเองว่า ชีวิตนี้เราเกิดมาเพื่ออะไร เราต้องการชีวิตแบบไหน ที่ผ่านมาเราเคยมีความสุขที่แท้จริงบ้างหรือเปล่า เราเคยทำประโยชน์อะไรให้กับสังคม หรือประเทศชาติบ้างหรือไม่ และเมื่อเราจากโลกนี้ไปเราอยากให้คนข้างหลังจดจำเราได้ในภาพลักษณ์แบบใด เป็นต้น

{jcomments on}

เว็บธรรมะเพื่อชีวิต www.dhamma4life.com ไม่สงวนสิทธิ์ในการเผยแพร่คำสอนพระพุทธองค์ เฉลิมฉลอง ๒๖๐๐ ปีพุทธชยันตี
ข้าพเจ้าทั้งหลายขอเป็นส่วนหนึ่งในการธำรงค์คำสอนของพระมหาสมณโคดมเจ้าให้อยู่ครบ ๕๐๐๐ วัสสาตามพุทธาธิษฐาน